มาฆบูชา น่าอัศจรรย์จริงหรือ??
อันนี้มีคนตั้งคำถามมาก่อน วันมาฆบูชาเกิดขึ้นใน ๙ เดือนแรกแห่งการตรัสรู้ ซึ่งตรงกับวันเพ็ญเดือน ๓ เหตุเกิดขึ้นที่วัดเวฬุวัน ประเทศอินเดียในปัจจุบัน เมื่อประมาณ ๒๕๘๘ มาแล้ว
วันมาฆบูชาน่าอัศจรรย์ จริงหรือ ? (มีคนตั้งคำถามในที่อื่น ๆ)
ข้อ ๑: สาวกของพระพุทธเจ้ามีอยู่มากกว่า ๑๒๕๐ ไม่ใช่ตัวเลขที่สูงจนน่าอัศจรรย์
ข้อ ๒: พระพุทธเจ้าทรงบวชให้คนตั้งเยอะแยะ และไม่เป็นที่ชัดเจนว่่านอกจาก ๑๒๕๐ รูปซึ่งเป็นเอหิภิกขุนั้นแล้ว ยังมีพระอรหันต์รูปอื่นซื่งไม่ใช่เอหิภิกขุอยู่ในบริเวณนั้นอีกหรือไม่
ข้อ ๓: การที่ท่านเหล่านั้นไม่ได้นัดกันไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเชื่อว่าทุกวันย่อมมีพระอรหันต์มาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าเป็นเนืองนิจอยู่แล้ว อาจจะมีมากบ้าง น้อยบ้าง แล้วแต่วัน บางวันอาจจะมีร้อยรูป บางวันพันรูป หรือมากกว่านั้น
ข้อ ๔: วันเพ็ญเกิดขึ้นทุกเดือน ไม่ใช่เรื่องน่าอัศจรรย์อยู่แล้ว การที่วันนั้นเป็นวันเพ็ญยิ่งทำให้ข้อ ๓ เสียความน่าอัศจรรย์เข้าไปอีก เพราะว่าวันเพ็ญเป็นวันที่มีแสงสว่าง เหมาะกับการเดินทาง เหมาะกับการนั่งฟังธรรมยามค่ำคืน
ขอตอบแบบสั้น ๆ โดยอาศัยความรู้ที่ได้ยินได้ฟัง ได้ศึกษามาตอบแบบปัจจุบัน โดยไม่ได้ค้นคว้าเพิ่มเติม
ข้อที่ ๑ พระสงฆ์มีอยู่มากเกิน ๑๒๕๐ รูปก็จริง แต่นั่นเป็นเหตุการณ์แรกที่เกิดขึ้นใน ๙ เดือนแรกแห่งการตรัสรู้ เป็นครั้งแรกที่มีพระสาวกมาเป็นจำนวนมาก จึงเป็นเรื่องที่น่าตื่นตาตื่นใจ หรือประทับใจ แก่ผู้ที่ได้ศึกษา ผู้ที่ได้ยินได้ฟัง
ข้อที่ ๒ ข้อนี้ชัดเจนว่าพระทั้งหมดเป็นเอหิภิกษุอุปสัมปทา ทั้งที่มาประชุม และไม่ได้มา เพราะพระพุทธองค์ยังไม่ได้ทรงอนุญาตให้พระสาวกรูปใดทำการอุปสมบทให้แก่กุลบุตรผู้มีความศรัทธา ความน่าอัศจรรย์คงไม่ใช่แค่เอหิภิกขุ เพราะท่านเป็นอยู่แล้ว แต่ความน่าอัศจรรย์อยู่ที่ท่านเหล่านั้นล้วนเป็นพระอรหันต์ที่เป็นเอหิภิกขุ
ข้อที่ ๓ ข้อที่ว่า เชื่อว่าย่อมมีพระอรหันต์มาเฝ้าพระพุทธเจ้าทุกวัน มากบ้าง น้อยบ้าง เป็นร้อยบ้าง พันบ้าง หมื่นบ้าง นับได้บ้าง ไม่ได้บ้าง เลขสวยบ้าง ไม่สวยบ้าง ข้อนี้อาจเป็นไปได้หลังจากเหตุการณ์วันมาฆบูชา ซึ่งไม่ใช่ ๙ เดือนแรก ซึ่งหลังจากนั้นพระที่มาอาจจะไม่ใช่เอหิภิกขุทั้งหมด อาจจะไม่ได้มาในวันเพ็ญ และที่สำคัญพระพุทธเจ้าไม่ได้แสดงพระโอวาทปาฏิโมกข์ แล้วถามว่า ทำไมพระพุทธเจ้าจึงทรงแสดงในวันนั้น ข้อนี้มีผู้อธิบายว่า เป็นครั้งแรกที่มีพระมาประชุมกันจำนวนมาก และเพื่อประกาศความมั่นคงแห่งพระพุทธศาสนานั่นเอง
ข้อที่ ๔ วันเพ็ญมีทุกเดือนก็จริง แต่วันเพ็ญก่อนนั้นก็ยังไม่มีพระมาประชุมเยอะขนาดนั้น และวันเพ็ญต่อมา ถ้ามีพระมา ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีพระมาประชุมกัน
เหตุการณ์ ๔ อย่างข้างต้นนี้เรียกว่าจาตุรงคสันนิบาต เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วจริง แต่ความสำคัญอยู่ที่พระพุทธองค์ทรงแสดงว่าพระโอวาทปาฏิโมกข์ วันนี้เราชาวพุทธจึงถือว่าเป็นวันแห่งพระธรรม





















